httpsthekpiplus.comwp-contentuploads2025041.png (13)

กลยุทธ์ Upselling & Cross-selling สำหรับโรงแรม ทำอย่างไรให้ลูกค้าใช้จ่ายเพิ่ม?

ในยุคที่การแข่งขันของธุรกิจโรงแรมสูงขึ้นเรื่อยๆ การเพิ่มรายได้จากลูกค้าที่มีอยู่แล้วถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้โรงแรมเติบโตอย่างยั่งยืน เทคนิค Upselling และ Cross-selling เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อลูกค้า (Average Guest Spend) โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนแขกที่เข้าพัก บทความนี้จะแนะนำกลยุทธ์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพที่โรงแรมไทยสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที

เข้าใจความแตกต่างระหว่าง Upselling และ Cross-selling

ก่อนที่จะไปถึงกลยุทธ์ต่างๆ เรามาทำความเข้าใจกับความแตกต่างระหว่าง Upselling และ Cross-selling กันก่อน:

Upselling คือการชักชวนให้ลูกค้าเลือกสินค้าหรือบริการที่มีระดับสูงขึ้น (และมักมีราคาสูงขึ้น) จากสิ่งที่พวกเขาตั้งใจจะซื้อในตอนแรก เช่น การอัพเกรดห้องพักจาก Deluxe เป็น Suite

Cross-selling คือการแนะนำสินค้าหรือบริการเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ลูกค้าซื้อแล้ว เช่น การเสนอแพ็คเกจสปาให้กับลูกค้าที่จองห้องพักไว้แล้ว

ทั้งสองเทคนิคนี้มีเป้าหมายเดียวกันคือการเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายของลูกค้า แต่ใช้วิธีการที่แตกต่างกัน การผสมผสานทั้งสองเทคนิคอย่างเหมาะสมจะช่วยให้โรงแรมสามารถเพิ่มรายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลยุทธ์ Upselling ที่ได้ผลสำหรับโรงแรม

1. การอัพเกรดห้องพักที่มีมูลค่าเพิ่ม

เสนอการอัพเกรดห้องพักในราคาที่น่าดึงดูด โดยเน้นย้ำถึงคุณค่าและประสบการณ์พิเศษที่ลูกค้าจะได้รับ:

  • ห้องพักที่มีวิวที่ดีกว่า (วิวทะเล, วิวสวน, วิวเมือง)
  • ห้องพักที่มีพื้นที่กว้างขวางขึ้น
  • ห้องที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษ เช่น อ่างจากุซซี่ส่วนตัว
  • ห้องที่มีสิทธิพิเศษเพิ่มเติม เช่น Executive Lounge Access

เทคนิคสำคัญ: เสนอการอัพเกรดในราคาพิเศษเมื่อลูกค้าทำการจองออนไลน์ หรือช่วงเช็คอิน และแสดงภาพห้องพักที่สวยงามพร้อมรายละเอียดสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเพิ่ม

2. แพ็คเกจประสบการณ์พิเศษ

สร้างแพ็คเกจที่รวมห้องพักกับประสบการณ์พิเศษเพื่อเพิ่มมูลค่า:

  • แพ็คเกจโรแมนติก (ดินเนอร์ส่วนตัว, เครื่องดื่มต้อนรับ, การตกแต่งห้องพิเศษ)
  • แพ็คเกจครอบครัว (กิจกรรมสำหรับเด็ก, อาหารเช้าฟรีสำหรับเด็ก)
  • แพ็คเกจเวลเนส (คลาสโยคะ, สปา, อาหารเพื่อสุขภาพ)
  • แพ็คเกจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (ทัวร์ท้องถิ่นแบบส่วนตัว)

เทคนิคสำคัญ: สร้างความรู้สึกถึงความคุ้มค่าโดยคำนวณและแสดงส่วนลดเมื่อเทียบกับการซื้อแต่ละรายการแยกกัน

3. เพิ่มระยะเวลาการเข้าพัก

กระตุ้นให้ลูกค้าพักนานขึ้นด้วยข้อเสนอพิเศษ:

  • ส่วนลดพิเศษสำหรับการพักตั้งแต่ 3 คืนขึ้นไป
  • ข้อเสนอ “จ่าย 2 คืน พัก 3 คืน” ในช่วง Low Season
  • สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับการพักยาว เช่น รับประทานอาหารค่ำฟรี 1 มื้อ

เทคนิคสำคัญ: ส่งอีเมลหรือข้อความแจ้งเตือนก่อนวันเช็คเอาท์ 1-2 วัน พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับการขยายเวลาพัก

กลยุทธ์ Cross-selling ที่มีประสิทธิภาพ

1. บริการอาหารและเครื่องดื่ม

เพิ่มรายได้จากห้องอาหารและบาร์ของโรงแรม:

  • แพ็คเกจอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น ในราคาพิเศษเมื่อจองล่วงหน้า
  • ดินเนอร์พิเศษในโอกาสต่างๆ (วันเกิด, วันครบรอบ)
  • เครื่องดื่มต้อนรับหรือ Welcome Drink ที่นำไปสู่การสั่งเพิ่ม
  • โปรโมชันคอกเทลชั่วโมงแห่งความสุข (Happy Hour) ที่บาร์ของโรงแรม

เทคนิคสำคัญ: ส่งข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารและบาร์พร้อมเมนูแนะนำก่อนการเดินทางของลูกค้า และเสนอส่วนลดพิเศษหากมีการจองล่วงหน้า

2. บริการสปาและเวลเนส

นำเสนอบริการผ่อนคลายเพื่อเพิ่มประสบการณ์การเข้าพัก:

  • แพ็คเกจทรีทเมนต์สปาสำหรับคู่รัก
  • โปรแกรมนวดผ่อนคลายหลังเช็คอิน
  • คลาสออกกำลังกายหรือโยคะส่วนตัว
  • แพ็คเกจบริการเสริมความงาม

เทคนิคสำคัญ: จัดโปรโมชันพิเศษในช่วงเวลาที่สปามักจะว่าง และส่งข้อความเชิญชวนพร้อมส่วนลดในวันที่อากาศไม่เอื้ออำนวยต่อกิจกรรมกลางแจ้ง

3. กิจกรรมและประสบการณ์ท้องถิ่น

เชื่อมโยงแขกกับประสบการณ์ท้องถิ่นที่น่าจดจำ:

  • ทัวร์ส่วนตัวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
  • คลาสทำอาหารไทย
  • กิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น การร้อยมาลัย การแกะสลักผลไม้
  • การเช่าจักรยานหรือสกูตเตอร์เพื่อสำรวจพื้นที่

เทคนิคสำคัญ: สร้างพันธมิตรกับผู้ให้บริการท้องถิ่นที่มีคุณภาพ และนำเสนอประสบการณ์ที่แขกไม่สามารถหาได้ง่ายเมื่อเดินทางด้วยตนเอง

4. บริการรับ-ส่งและการเดินทาง

อำนวยความสะดวกด้านการเดินทางพร้อมสร้างรายได้เพิ่ม:

  • บริการรถลีมูซีนรับ-ส่งสนามบิน
  • บริการเช่ารถพร้อมคนขับ
  • ทัวร์ส่วนตัวแบบ One-day Trip
  • บริการรถรับ-ส่งไปยังแหล่งช้อปปิ้งหรือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

เทคนิคสำคัญ: เสนอบริการรถรับ-ส่งสนามบินฟรีสำหรับการจองห้องระดับสูง หรือการพักระยะยาว

เทคนิคการนำเสนอที่มีประสิทธิภาพ

การมีสินค้าและบริการที่ดีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ วิธีการนำเสนอมีผลอย่างมากต่อความสำเร็จของกลยุทธ์ Upselling และ Cross-selling:

1. การสื่อสารก่อนการเดินทาง

  • ส่งอีเมลต้อนรับพร้อมข้อเสนอพิเศษหลังจากการจอง
  • แชทบอทบนเว็บไซต์ที่แนะนำบริการเสริมขณะลูกค้ากำลังจอง
  • การ์ดอวยพรส่วนตัวพร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับโอกาสพิเศษ (วันเกิด, วันครบรอบ)
  • แอพพลิเคชันของโรงแรมที่แสดงบริการเสริมทั้งหมด

2. ช่วงเช็คอินและระหว่างการเข้าพัก

  • พนักงานต้อนรับที่ได้รับการฝึกอบรมเรื่องการนำเสนอการอัพเกรดอย่างมืออาชีพ
  • แท็บเล็ตที่แสดงภาพห้องพักที่สามารถอัพเกรดได้
  • QR Code ในห้องพักที่นำไปสู่การจองบริการเสริม
  • ระบบความบันเทิงในห้องพักที่แสดงโปรโมชันของโรงแรม

3. การใช้เทคโนโลยีและข้อมูล

  • ระบบ CRM ที่บันทึกความชอบของลูกค้าเพื่อการนำเสนอที่เหมาะสม
  • การส่งข้อเสนอแบบเรียลไทม์ผ่านแอพของโรงแรม
  • โปรแกรมสะสมแต้มที่กระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่ม
  • การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับแต่งข้อเสนอให้ตรงกับพฤติกรรมของลูกค้า

หลักการสำคัญในการทำ Upselling และ Cross-selling

1. เน้นคุณค่า ไม่ใช่ราคา

แสดงให้ลูกค้าเห็นถึงคุณค่าและประสบการณ์ที่จะได้รับ มากกว่าการพูดถึงเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว เช่น การอัพเกรดห้องพักไม่ใช่แค่ห้องที่ใหญ่ขึ้น แต่คือประสบการณ์ที่ดีกว่า วิวที่สวยงามกว่า และสิทธิพิเศษที่มากขึ้น

2. จังหวะเวลาที่เหมาะสม

เสนอบริการในช่วงเวลาที่เหมาะสม:

  • การอัพเกรดห้องพักควรเสนอตอนจองหรือเช็คอิน
  • บริการสปาควรเสนอหลังจากเดินทางมาถึงเมื่อลูกค้าต้องการพักผ่อน
  • กิจกรรมท่องเที่ยวควรแนะนำในวันแรกของการเข้าพัก

3. การฝึกอบรมพนักงาน

พนักงานทุกคนควรได้รับการฝึกอบรมเรื่องการ Upselling และ Cross-selling อย่างมืออาชีพ:

  • เทคนิคการสื่อสารที่ไม่กดดันลูกค้า
  • ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับสินค้าและบริการ
  • ทักษะการฟังและเข้าใจความต้องการของลูกค้า
  • การรับมือกับข้อโต้แย้งอย่างสร้างสรรค์

4. สร้างแรงจูงใจให้พนักงาน

กำหนดระบบคอมมิชชั่นหรือรางวัลเพื่อกระตุ้นพนักงาน:

  • โบนัสตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น
  • การยกย่องพนักงานที่มียอดขายดีเด่น
  • โปรแกรมแข่งขันภายในเพื่อสร้างบรรยากาศที่สนุกสนาน

5. วัดผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

  • ติดตามอัตราการยอมรับข้อเสนอ Upselling และ Cross-selling
  • วิเคราะห์ว่าบริการใดได้รับความนิยมมากที่สุด
  • รวบรวมความคิดเห็นจากลูกค้าเพื่อปรับปรุงข้อเสนอ
  • ทดสอบราคาและแพ็คเกจที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างความสำเร็จจากโรงแรมในไทย

กรณีศึกษา 1: โรงแรมบูติกในเชียงใหม่

โรงแรมแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มรายได้ต่อห้อง 22% ผ่านการเสนอแพ็คเกจ “สัมผัสวัฒนธรรมล้านนา” ที่รวมคลาสทำอาหารไทย การทำร่มกระดาษ และทัวร์วัดในตัวเมืองเก่า แพ็คเกจนี้ไม่เพียงเพิ่มรายได้ แต่ยังช่วยสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับแขก ส่งผลให้มีการแนะนำปากต่อปากและการกลับมาพักซ้ำ

กรณีศึกษา 2: รีสอร์ทริมทะเลในภูเก็ต

รีสอร์ทชายหาดแห่งหนึ่งในภูเก็ตสามารถเพิ่มรายได้จากอาหารและเครื่องดื่มได้ 35% โดยการเสนอแพ็คเกจอาหารค่ำริมชายหาดส่วนตัวที่ลูกค้าสามารถจองล่วงหน้าผ่านอีเมลก่อนเดินทาง พร้อมตกแต่งโต๊ะอาหารในธีมพิเศษตามโอกาส เช่น วันครบรอบ วันเกิด หรือการขอแต่งงาน

สรุป

กลยุทธ์ Upselling และ Cross-selling ที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่เพียงการขายบริการเพิ่มเติมเท่านั้น แต่เป็นการมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า โรงแรมที่ประสบความสำเร็จในด้านนี้คือโรงแรมที่สามารถนำเสนอบริการเสริมที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม ในจังหวะเวลาที่ถูกต้อง และด้วยวิธีการที่ไม่สร้างความกดดัน

ด้วยการผสมผสานกลยุทธ์ต่างๆ ที่นำเสนอในบทความนี้ โรงแรมของคุณจะสามารถเพิ่มรายได้ต่อลูกค้า สร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และพัฒนาความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

Categories

Recent Posts

Tags

Attract travelers to your hotel business content Digital Marketing for SMEs Event Facebook ads Hotel Hotel marketing Hotel marketing strategies Hotel website SEO Increase hotel bookings local seo Local SEO โรงแรม Optimize hotel website OTAs SEM seo SEO โรงแรม Social media The KPI Plus กลยุทธ์การตลาดโรงแรม การตลาดโรงแรม การตลาดโรงแรม 2025 การตลาดโรงแรม hotel marketing การส่งเสริมการตลาด โรงแรม คอนเทนต์ SEO โรงแรม ทำ SEO ท้องถิ่น ธุรกิจโรงแรม บริหารโรงแรม บริหารโรงแรมขนาดเล็ก ปรับปรุงเว็บไซต์โรงแรม รีวิวโรงแรม Google วิธีโปรโมตโรงแรม เทคนิค SEO โรงแรม เทรนด์การตลาดโรงแรมล่าสุด เพิ่มยอดจองโรงแรม เว็บไซต์ เว็บไซต์โรงแรม เว็บไซต์โรงแรมที่ดี แผนธุรกิจโรงแรม ภูเก็ต โปรโมทโรงแรมออนไลน์ โรงแรม โรงแรมขนาดเล็ก โรงแรมติดอันดับ Google โรงแรมใกล้ฉัน